ฟรี เว็บโรงเรียน
เข้าสู่ระบบสมาชิก
User Name
  Password
    สมัครสมาชิก
    ลืมรหัสผ่าน
   
พันธมิตร
ประชาสัมพันธ์
   
 

 




เพลงนี้ขอมอบให้อาจารย์สุเทพ วิภาวีราษฎร์ เนื้อหาทุกอย่างของเพลงสัมพันธ์กับชีวิตของผู้จัดทำเว๊บไซด์ ขอให้ป๋าเทพของพวกเราเดินทางสู่สวรรค์ชั้นสูงสุด ด้วยบุญที่สร้างไว้ให้ชนรุ่นหลังได้ทราบและได้ประจักษ์กับสายตาของคนทุกคนที่ได้สัมผัสเสมอมา...ลาก่อนครับ..
















ประกาศ!!! มีรายละเอียดดังนี้
          นักศึกษาใหม่ทุกท่านระดับชั้น ปวช.1 ทุกสาขาวิชา ให้เตรียมความพร้อมในการเข้าค่ายนักศึกษาใหม่ที่จะมีขึ้นในวันที่ 9-10 เมษ. 2555 นี้   สิ่งที่นักศึกษาจะต้องเตรียมมานั้น     ได้ระบุไว้ในเอกสารที่แนบให้ในวันรับสมัครแล้ว  ดังนั้นขอให้นักศึกษาได้เตรียมความพร้อมไว้ด้วยครับ  แล้วเจอกันวันดังกล่าว

ประกาศ!!!...ขณะนี้สาขางานยานยนต์ได้รับสมัครนักศึกษาเพิ่มเติม   เพื่อต้องการให้นักศึกษาที่ยังมองหาที่เรียนดีๆและได้ความรู้วิชาการเต็มประสิทธิภาพ สามารถเข้าแข่งขันการทำงานกับสถาบันของรัฐบาลได้    นักศึกษาท่านใดสนใจเชิญเข้ามาติดต่อขอรับข้อมูลต่างๆได้ โดยไม่คิดค่าบริการใดๆทั้งสิ้น โดยเฉพาะสาขางานยานยนต์ ได้เปิดรับนักศึกษาเพิ่มเติมอีก 2 ห้อง จากเดิมที่มี 3 ห้อง ณ ปัจจุบัน  เรียนดีมีวิชาหาความรู้ คู่คุณธรรม ตามรอยพระบาทด้วยเศรษฐกิจพอเพียง มาเรียนที่ช่างยนต์เทคโนโลยีเอเชีย จังหวัดเชียงใหม่
 
ตัวอย่างเสื้ออาจารย์สาขางานยานยนต์



ค่ายนักศึกษาใหม่ วันที่ 9 - 10 เม.ย 2555
 









เราชาวช่างยนต์ขอไว้อาลัย การจากไปอาจารย์สุเทพ วิภาวีราษฎร์ เมื่อวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2555 ด้วยความเสียใจอย่างซาบซึ้งของครูคณาจารย์สาขางานยานยนต์รวมทั้งนักศึกษาสาขางานยานยนต์
         ช่วงที่ยังมีชีวิตของอาจารย์สุเทพ  วิภาวีราษฎร์ ท่านมีแต่ให้ความสุขและหยิบยื่นสิ่งดีๆให้กับผู้อื่นเสมอ  ช่วงเวลาทำงานเป็นคนที่ตั้งใจและเอาใจใส่ในการทำงานเป็นอย่างยิ่ง  สิ่งเหล่านี้เราชาวช่างยนต์จะน้อมรับและสานต่อโดยการเอาแบบอย่างของท่านมาเป็นต้นแบบต่อไป  ขอให้ท่านจากไปด้วยความสุขตลอดกาล
 









Motor show ครั้งที่ 33 ณ เมืองทองธานี 28-8 เม.ษ 55
ตัวแทนสาขางานยานยนต์ได้เข้าร่วมงานในครั้งนี้เพื่อเข้าชม
เทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ค่ายรถยนต์ชั้นนำ
บันทึกภาพถ่ายโดยอาจารย์สยาม  จันทราศรี




ภาพบรรยากาศการสอบกรมพัฒนา สาขาช่างซ่อมรถยนต์ ระดับ 1 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีเอเชีย

          การศึกษาดูงานนอกสถานที่ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด จ.สมุทรปราการ วันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2554 โดยสาขางานยานยนต์ได้นำนักศึกษา ระดับ ปวช.3 และปวส.2 ดูงานในครั้งนี้  สำหรับ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์นั้นประกอบธุรกิจด้านการประกอบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ YAMAHA ทุกรุ่น และต้องขอขอบพระคุณผู้บริหารบริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ที่ให้เกียรติกับวิทยาลัยเทคโนโลยีเอเชียเป็นอย่างยิ่งที่เปิดโอกาศให้นักศึกษาสาขางานยานยนต์ได้เข้าเยี่ยมชมบริษัท  ขอบพระคุณครับ

 














































































ด้วยหัวใจที่เป็นครูไม่บิดเบือนศิลธรรม ช่างยนต์ เอเชีย

 











 
ประกาศ!!!...ขณะนี้มีตำแหน่งงานสำหรับนักศึกษาสาขางานยานยนต์ เพื่อรับเข้าทำงานเป็นช่างประจำศูนย์บริการซ่อมของปั๊มเชลล์ นักศึกษาคนใดที่ต้องการจะเข้าทำงานสามารถเข้ามาติดต่อได้ที่อาจารย์เวชยันต์ สุวรรณรังษีที่สาขางานยานยนต์ด่วนนะครับ

ประกาศ!!! รับสมัครช่างยนต์ เป็นช่างประจำศูนย์บริการซ่อมรถยนต์ โดยรับผิดชอบการให้บริการบำรุงรักษา ตรวจเช็ค และซ่อมบำรุงอุปกรณ์รถยนต์ของลูกค้า เพื่อให้อุปกรณ์และเครื่องยนต์นั้นสามารถใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและให้ลูกค้าเกิดความประทับใจในการบริการ จำนวน 10 อัตรา จังหวัด สมุทรสาคร อ่านต่อ

ประกาศ!! บริษัทโฟร์ที จำกัด รับสมัครช่างยนต์ จำวนวน 1 อัตรา งานที่ต้องปฏิบัติ ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการซ่อม,ดูแลบำรุงรักษาเครื่องยนต์ เงินเดือน 9,500 บาท จังหวัดเชียงใหม่ อ่านต่อ

ประกาศ!! บริษัท นิ่มซี่เซ็ง 1988 จำกัด รับสมัครพนักงานตรวจสภาพซ่อมบำรุง จำนวน 1 อัตรา งานที่ต้องปฏิบัติ เช็คตรวจสอบสภาพและซ่อมบำรุงรถบรรทุกสินค้าของบริษัท จังหวัดเชียงใหม่ อ่านต่อ

ประกาศ!! บริษัท ซุปเปอร์เซ็นทรัลแก๊ส จำกัด CCG รับสมัครช่างยนต์(ประจำศูนย์เชียงใหม่) จำนวน 3 อัตรา งานที่ต้องปฏิบัติ 1.ซ่อมบำรุงระบบก๊าซรถยนต์ ( NGV LPG ) 2.แก้ไขและวิเคราะห์อาการของระบบก๊าซรถยนต์ 3.ปฏิบัติงานตามใบสั่งซ่อมที่กำหนด 4.อื่นๆตามที่ได้รับมอบหมาย จังหวัดเชียงใหม่ อ่านต่อ


ประกาศ!! บริษัท B-Quik รับสมัครช่างยนต์ด่วนสาขาเชียงใหม่ จำนวน 50 อัตรางานที่ต้องปฏิบัติ คือ- ดูแลซ่อมบำรุงรักษารถยนต์ อาทิ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ยาง แบตเตอรี่ ตรวจเช็คตามระยะใช้งาน - เช็คซ่อมบำรุงรักษาเครื่องล่างรถยนต์ เปลี่ยนโช๊ค เบรค คลัตซ์ เป็นต้น เงินเดือน 7,000-9,000 บาท อ่านต่อ 





















วิธีดูแลรถยนต์หลังน้ำท่วม
          อันนี้จากประสบการณ์อาจารย์สยามนะครับเป็นเรื่องส่วนตัวสมัยทำงานที่กรุงเทพฯนะครับเพราะเจอะปัญหานี้บ่อย กับน้ำท่วมที่กรุงเทพเมืองฟ้าของเรานะครับ แต่ปีนี้ที่เชียงใหม่และหลายจังหวัดเกิดปัญหาอุทกภัยกันทั่วหน้าอาจจะได้นำไปใช้สำหรับรถที่จมน้ำนั้นเราต้องทำการบำรุงรักษาครั้งใหญ่เพื่อรถยนต์ของท่านเอง  แต่ถ้าปฏิบัติเองไม่เป็นข้อแนะนำที่ดีที่สุดคือ โทรแจ้งศูนย์บริการที่ท่านเคยใช้บริการเพื่อให้รับรถยนต์เราไปบริการจะปลอดภัย หรือให้ผู้เชี่ยวชาญทำการแก้ไข  สำหรับสิ่งที่ผมจะแนะนำต่อไปนี้เป็นการแก้ไขเฉพาะหน้าครับ  เพื่อความปลอดภัยกับรถของท่าน  ตามธรรมชาติแล้วส่วนใหญ่เวลาเขาซื้อรถยนต์นั้นไม่นิยมรถที่จมน้ำมาที่เหลือลองคิดดูเอานะครับอิอิ แต่สำหรับคนที่งบน้อยก็ต้องทำอย่างที่แนะนำต่อไปนี้ ดังนี้
-   เริ่มแรกนั้นถ้ารถเราจมน้ำไม่ควรรีบสตาร์ทรถหรือเปิดสวิทต์ในตำแหน่ง on เพราะจะทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้
-   ถอดขั้วแบตเตอรี่ออกทั้งสองขั้ว ให้ถอดขั้ว - ก่อนเป็นดีที่สุดครับ
-  ให้เราเปิดฝากระโปรงห้องเครื่องเพื่อขั่วต่อปลั๊กสายไปให้หมด(ถ้ากลัวจำไม่ได้ว่าจะต่อขั้วไหนให้เราทำมาร์คไว้ครับเช่น 1 ต้องตรงกับหนึ่ง ประมาณนี้ จะให้ตัวอังษรก็ได้ไม่ว่ากันขอให้ท่านกำหนดให้ตรงกันก็พอ)
-   ใช้ลมเป่าหรือว่าเอาน้ำยากันความชื้นฉีดเข้าไปแล้วทิ้งไว้สักครู่ น้ำยานี้หาซื้อได้ร้านค้าขายอะไหล่รถยนต์ทั่วไปครับ กระป๋องหนึ่งก็ไม่กี่ตั้ง ครับ ใช้ได้ทั้งคันประโยชน์สูงทีเดียว
-   ถอดหม้อกรองอากาศออกแล้วทำการเป่าให้แห้งถ้ามีเงินก็ซื้อเปลี่ยนเลยครับไม่กี่บาทครับ
-   ตรวจดูกล่องรีเลย์เปิดฝาครอบออกมาแล้วดูรีเลย์ว่ามีน้ำหรือไม่  แต่ถ้าขี้เกียจดู ก็จัดการถอดออกมาเป่าเลยครับและใช้น้ำยากันความชื้นฉีดเลยทิ้งไว้สักครู่
-  ตรวจฟิวส์ ถอดออกมาทำความสะอาด เป่าให้แห้ง หรือใช้ไดร์เป่าผมของภรรยาเราเอามาใช้เป่าก็ได้
-  เดินไปที่ห้องโดยสายตรวจดูอุปกรณ์ จุดบุหรี่ที่ติดเอาไว้ถอดออกมาดู ถ้ามีน้ำ  สันนิฐานเลยว่าน้ำได้เข้าระบบไฟฟ้าที่แผ่งวงจรหน้าปัดท์รถยนต์แล้ว  ไม่ต้องกลัวครับ  เราสามารถถอดเอามาเป่าให้แห้งได้เพราะว่ามันเป็นแผงวงจร แต่ก็ไม่ดีเท่ากับเปลี่ยนใหม่ทั้งชุดนะครับ ก็แพงอยู่นะจ๊ะ
-   จากนั้นเดินมาที่ด้านหน้ารถก้มดูที่หม้อน้ำจะมีหางปลาสำหรับถ่ายน้ำทิ้งให้เราถ่ายน้ำหม้อน้ำทิ้งให้หมดหลักจากนั้นก็จัดการตรวจเศษขยะต่างๆที่ติดบริเวณครีบของหม้อน้ำ  เอาออกครับ ถ้าครีบไหนมันบี้หรือตีบก็เอาไปเลื่อยแหย่ให้มันปกติซะ
-   เมื่อน้ำในหม้อน้ำแห้งก็จัดการปิดหางปลาที่หม้อน้ำแล้วเติมน้ำยากันสนิมและก็น้ำเข้าใหม่แต่ต้องผสมให้ถูกต้องดูที่คู่มือน้ำยาที่เราซื้อมาปกติก็ 1:1 คือน้ำ 50 น้ำยาสนิม 50 ใส่เข้าไปเลย
-   ดึงเกจวัดระดับน้ำมันเครื่อง เพื่อดูบริมาณน้ำมันที่เกจว่าสูงกว่าปกติหรือไม่ ถ้าเกิดปกติ สันนิฐานไว้ว่าน้ำเข้าห้องเครื่องไม่ต้องตกใจครับ ให้เรามุดใต้ท้องรถบริเวณอ่างน้ำมันเครื่อง จะมีนอตสำหรับถ่ายน้ำมันเครื่อง ให้คลายออกพอหลวม เน้น คลายพอหลวมนะครับ ให้สังเกตดูจะมีน้ำออกมา  เมื่อน้ำไหลออกมาหมดจะตามมาด้วยน้ำมันเครื่องให้ขันกลับให้แน่นครับ จุดนี้สามารถนำไปใช้เหมือนกันกับระบบน้ำมันเฟืองท้ายและก็น้ำมันเกียร์รวมทั้งน้ำมันเชื้อเพลิงทำเหมือนกัน  เพราะฉะนั้นอาจารย์ขอข้ามเลยนะครับ
- สำหรับในห้องโดยสาร สิ่งเดียวที่จะทำให้ไม่เกิดกลิ่มอับชื้นในห้องโดยสารน้ำคือถอดออกซักให้ดีและตากแดนให้แห้ง อ้อเกือบลืม ให้เราเปิดประตูรถหรือทุกประตูที่มี ออกให้กว้างๆไว้เลย ตากแดดไว้หรือเอาพัดลมตัวใหญ่ๆเป่าให้แห้งซะ เน้นให้แห้งนะครับไม่ต้องรีบร้อน  ส่วนเบาะนั้นเช้ดให้ดีตากให้แห้งเพราะว่าอาจจะเกิดเชื้อราที่เบาะเราได้ ถ้ามันเกิดขึ้นแล้วก็ไปที่ร้านเบาะเลยครับให้เขาตัดหรือแก้ไขให้เรา
-   มอร์เตอร์กระจกไฟฟ้า อันนี้งานงอกหน่อยราคาแพงซะด้วย อิอิ  ถ้าเช่นเคยถอดออกมาทำการทำความสะอาดเป่าฉีดน้ำยากันชื้นทิ้งให้แห้งเอาลมเป่าอีกรอบหลายรอบก็ได้ แล้วฉีดน้ำยากันความชื้นไว้ อันนี้ลุ้นหน่อย ถ้าสามารถใช้ได้ก็ดีไปแต่ถ้าใช้งานไม่ได้ก็เปลี่ยนเลยครับ
******ราคาประมาณค่าซ่อม อาจารย์สยาม ขอประมานไว้ว่าไม่ต่ำกว่า 47,000-100,000 บาท อันนี้ไม่รวม Major Overhorn หรือที่เรียกว่า งานซ่อมเครื่องยนต์โดยเอาเครื่องยนต์ออกจากห้องเครื่องของรถยนต์นั้นเอง งานช้างเลยหล่ะครับพี่น้อง อิอิ..
******จากประสบการณ์ที่ทำงาน ที่ กทม เกี่ยวกับรถยนต์ที่จมน้ำนะครับ 555+เพราะมีบ่อยเมื่อสมัย 10 ปีที่แล้วสำหรับ กทม  เริ่มเลยนะครับ ระบบช่วงล่างของรถเรานั้นเมื่อโดนน้ำนานๆบ่อยๆก็จะเกิดสิ่งเหล่านี้ครับ
-   ระบบเบรคและคลัท ระบบเบรคให้เราถ่ายน้ำมันเบรคออกเลยครับเอาน้ำมันใหม่เข้ามาแทนที่ น้ำมันคลัทด้วยนะครับ
-   ลูกปืนคลัทให้เราทำการถอดออกมาทำความสะอาดแล้วก็ใส่เข้าไปอย่าลืมทาจาระบีบางๆไว้ด้วยนะจ๊ะ 
-   แผ่นคลัท  ให้เรานำมาทำความสะอาดเป่าให้แห้งขัดซะหน่อยจะดีครับ ใช้กระดาษขัดแบบปะแป้งให้สาวๆแบบวนครับ
-   เพลาขับ  ยางเพลาขับถ้าขาดก็เปลี่ยนเลยไม่กี่ตังแล้วจัดการถอดเพลาขับออกมาทำความสะอาดด้วยละครับเอาจาระบีเก่าออกทำความสะอาดแล้วก็ใส่จาระบีเข้าแทนที่ใหม่ซะ
-   อีกอย่างที่อย่าลืมนะครับคือคอนโทรแลคพวงมาลัยก็ต้องถอดเอามาดูยางและก็จาระบีด้วยเอาออกแล้วใส่เข้าไปใหม่
-  สำหรับน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ก็ควรจะถ่ายก็ดีนะครับถ้าว่างไม่ยากมีสกรุถ่ายแล้วเติมให้ได้ระดับ  ระดับไม่รู้อยู่ที่ไหน ลองเปิดคู่มือรถยนต์ของเราเอามาดูครับมีรูปและรายละเอียดเพียบ ครับ
-   อ้อเกือบลืม เกือบไปแล้ว อิอิ  เรื่องของระบบไฟ อัลเตอร์เนเอตร์ และสเตเตอร์  อย่าลืมเอาลมเป่าให้แห้ง แล้วก็ฉีดน้ำยากันความชื้นเข้าไปเลย จากนั้นทิ้งไว้สัก 20 นาทีแล้วก็เอาลมเป่าให้แห้ง  เสร็จแล้วเอาไปตากแดดอีกครั้งก็จะดีเยี่ยม  มอเตอร์สตาร์ทด้วยนะจ๊ะอย่าลืมละ
******สำหรับสิ่งที่ได้บอกกล่าวไปนั้นก็นำไปปฏิบัติดูนะครับ อาจารย์สยาม ก็คงต้องอำลาไปก่อนนะครับ เอ๋!!!เกือบลืมอีกแล้วครับท่านสำหรับคนมีตังที่ไม่ต้องการลำบาก   แนะนำครับถ้าทำประกันชั้นหนึ่งก็ สบายหน่อย  แต่ถ้าเราซื้อกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์เกี่ยวกับน้ำท่วมเราก็สามารถใช้สิทธิได้เลย อันนี้สบายหน่อยครับ คุณได้ใช้สิทธินั้นเดี๋ยวนี้เลยครับ วันนี้ขออาจารย์สยามขออำลาไปก่อนนะครับ

11วิธีในการขับขี่อย่างปลอดภัย

1.ตรวจสภาพคนให้พร้อม เป็นสิ่งแรก คือผู้ขับขี่ ต้องพร้อม นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
2.ตรวจสภาพรถให้พร้อม น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำมันเฟืองท้าย ไฟรถ ยางรถ
3.ยางรถเป็นเรื่องสำคัญต้องอยู่ในสภาพดี ไม่ควรสึกเกินกว่า 3 ซม. และตรวจลมยางให้อยู่ในพิกัด
4.ระบบเบรกต้องพร้อม ควรเลือกใช้น้ำมันเบรกที่เหมาะสม รวมทั้งผ้าเบรก
5.ใบปัดน้ำฝนและหม้อน้ำ พร้อมปัดและฉีดน้ำได้ทันที
6.ไฟต้องพร้อมทุกดวง โดยเฉพาะไฟส่องทาง ควรตรวจให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ใช้งานได้ทุกเวลา
7.ตรวจหม้อระบายความร้อน เติมน้ำยาป้องกันน้ำเดือด
8.ขณะขับขี่ควรจำกัดความเร็ว ระวังช่วงถนนเปียก และควรลดความเร็ว ขณะถนนแห้ง
9.อย่าขับจี้คันหน้า ควรทิ้งห่าง 2 วินาที หากถนนเปียก 4 นาที หรือห่างไม่น้อยกว่า 10 เมตร
10.ใช้ไฟสูงบอกตำแหน่งรถ หากฝนตกหนัก และทัศนวิสัยเลวมาก หรือในยามค่ำคืนสามารถใช้ไฟสูงได้ตลอดเวลา และต้องลดไฟลงเป็นไฟต่ำ หากมีรถสวนเพื่อบอกตำแหน่งรถ
11.หลีกเลี่ยงการแซงโดยไม่จำเป็น หากจำเป็นต้องแซงให้อดใจรอสักนิด คิดว่าช้าหน่อยดีกว่า หากไม่แน่ใจ หรือลังเล แม้แต่น้อย อย่าแซง



บทความนี้....อีกบทความที่ผมจะนำเสนอครับ วิธีการปรับรอบเดินเบา มีผลดีอย่างไร ทำอย่างไร ผลดีที่ได้จากการปรับรอบเดินเบา ดีที่สุดหลักๆเลย คือทำให้รถคุณไม่ดับ ตอนจอดรอไฟแดงโดยไม่ต้องเลี้ยงคันเร่ง(ภาษาช่าง เบาไม่ดับ) และข้อดี ที่ลึกลงไปอีก คือ ประหยัดน้ำมัน อัตราเร่งที่ดี ข้อดีมีอย่างนี้แล้วทำยังไง วิธีทำไม่ยากอย่างที่คิดครับ แต่ยากกว่าที่คิดไว้เยอะ..เลยครับ 1. ก่อนอื่นท่านต้องรู้จัก สกรูปรับรอบเดินเบา(Throttle Stop Screw) , สกูรปรับอากาศ (Air Screw) ดูในภาพ เป็นคาบูฯ Dash ครับ..ของ Sonic สกรูปรับรอบเดินเบาอยู่ด้านบน ส่วนสกรูอากาศ อยู่ฝั่งตรงข้าม ล่างลงมาหน่อย เป็นสกรูทองเหลือง คล้ายของ Dash แต่จมไม่ลอยเหมือนของ Dashและต้องเข้าใจ คำว่ารอบเครื่อง อธิบายได้ด้วยหูของเราครับ รอบเครื่องยนต์ต่ำ เสียงท่อไอเสีย ดังเบาๆตอนรถติดเครื่องเฉยๆไม่ได้เร่ง (ตุ๊บ..ตุ๊บ…) ส่วน รอบเครื่องยนต์สูง เสียงท่อไอเสีย ดังแรงๆตอนติดเครื่องและเร่งเครื่องยนต์ แอน..แอท..แอท… แอ่นนนน น้าน…เข้าใจกันทุกคนแล้วใช้ไหมครับ ที่นี้รอบเครื่องยนต์เค้านับเป็นรอบต่อนาที(Revolutions Per Minute) โดยปกติรอบเดินเบาของรถมอเตอร์ไซค์โซ่ อยู่ที่ 1200-1500 รอบต่อนาที(RPM) ส่วนรถมอเตอร์ออโตเมติก อยู่ที่ 1600-1800 รอบต่อนาที(RPM)เผื่อให้สูงไว้สำหรับครัชแรงเหวี่ยงตอนออกตัว รู้จักอุปกรณ์แล้ว ลงมือทำโดยการ ขันสกรูอากาศเข้าสุด แล้วคลายออกมารอบครึ่ง (1.5 รอบ) สตาร์ทเครื่องขันสกรูรอบเดินเบาเข้าไปให้รอบเครื่องมากกว่ารอบเเดินเบาสักเท่าตัว(ประมาณ 3000 รอบต่อนาที) ฟังเสียงไว้จำเสียงไว้ แล้วทีนี้ค่อยๆคลายสกรูอากาศออกทีละ1/8รอบ(บิดไขควงทีละนิด) แล้วเสียงเปลี่ยนเป็นดังขึ้น(เครื่องยนต์ครางดังขึ้นแสดงว่ารอบเครื่องสูงขึ้น) คลายสกรูอากาศต่อไปอีกจนเครื่องยนต์ ครางเบาลง ให้ท่านขันสกรูกลับไปที่เดิมที่เครื่องยนต์ครางดังที่สุด เสร็จแล้วคลายสกรูปรับรอบเดินเบาออกมาให้เครื่องยนต์เดินเบาอยู่ที 1400 รอบต่อนาทีโดยประมาณสำหรับรถโซ่ และ 1800 รอบต่อนาทีสำหรับรถออโตเมติก เสร็จแล้วครับการปรับรอบเดินเบาง่ายไหมครับ ทีนี้อธิบายนะครับว่า 1.ทำไมต้องปรับรอบเครื่องมาที่ 3000 รอบต่อนาทีก่อน จึงค่อยปรับสกูรอากาศออก คำตอบคือ ตอนรอบเครื่องกลางๆค่อนไปทางสูงแบบนี้ น้ำมันเชื้อเพลิงจะเดินมาที่นมหนูหลัก แทนช่องบายพาส จึงเหมาะมากที่เราจะปรับอากาศให้เพียงพอกับน้ำมันตอนที่รถเราวิ่งด้วยความเร็วสูง 2.แล้วทำไมต้องปรับสกรูอากาศออกไปเรื่อยๆจนได้รอบเครื่องสูงที่สุดจึงหยุด คำตอบคือ เมือรอบเครื่องสูงน้ำมันถูกดูดมาทางนมหนูหลัก อากาศที่เราคลายไว้รอบครึ่ง(1.5รอบ) ไม่เพียงพอสำหรับน้ำมันที่ถูกดูดออกมาอย่างมากมาย เราจึงต้องเปิดให้อากาศเข้าไปผสมให้เพียงพอ และเมื่อคลายสกรูออกไปเรื่อยๆอากาศมันก็เข้ามากเกินไป(ส่วนผสมบาง) ทำให้รอบเครื่องจึงตกลง เราจึงต้องขันสกรูกลับมาตรงจุดที่เคยได้รอบเครื่องสูงที่สุดแล้วหยุดอยู่ตรงนั้น (ตรงนั้นเป็นตำแหน่งเปิดอากาศที่ดีที่สุดสำหรับเครื่องยนต์เครื่องนั้น) ที่นี้กระจ่างกันหมดแล้วใช้ไหมครับ ว่าแล้วก็ไปซื้อไขควงจูนมาลองกับรถตัวเองก่อนเลย 55 ถ้าจะปรับเอาจริงๆ ท่านอย่าลืมล้างคาบูฯ เป่าไส้กรองอากาศ หรือเปลี่ยนไส้กรองใหม่นะครับ สิ่งเหล่านี้มีผลกับการปรับด้วยนะครับ ขอให้ทุกท่านโชคดีในการปรับจูน วันนี้ลากันเท่านี้ครับ สวัสดี

สวัสดีครับ วันนี้มีเกร็ดความรู้มาฝากสำหรับผู้ใช้รถยนต์ดังนี้

*-* การบำรุงรักษารถยนต์ด้วยตนเอง อ่านต่อ

*-* การบำรุงรักษารถ Jeep ตามระยะทาง อ่านต่อ

*-* การดูรถยนต์ติดตั้งแก๊ส NGV อ่านต่อ































 
 
   
Siamvip.Com บริการเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี